Asheville trip (ตอน I) จาก Ohio สู่ North Carolina ทริปกินอิ่มนอนหลับ
สวัสดีหน้าฝนอย่างเป็นทางการนะคะ
ขอประเดิมบล็อกหน้าแรกด้วยทริป Asheville, North Carolina ค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนชอบเที่ยวและชอบกินมากๆ อยากเขียนบันทึกเก็บเอาไว้แต่ก็ขี้เกียจ ตัวหนังสือสวยงามไม่สม่ำเสมอด้วย เลยคิดว่ามาทำบล็อกดีกว่า และมีความฝันกับแฟนไว้ว่า จะไปเที่ยวและก็กินรอบโลกพร้อมทั้งเป็นบล็อกเกอร์กันอย่างสนุกสนาน แต่ความฝันก็จะเป็นความฝันต่อไป ถ้าเราไม่เริ่มทำมันซะที เลยขอเริ่มจากทริปล่าสุดที่ไปมาเมื่อวันที่ 5-9 พฤษภาคม ที่ผ่านมาค่ะ ASHEVILLE!
May 5th, 2017
เริ่มเดินทางออกจาก Columbus, Ohio ประมาณ 10.40 AM
คือก่อนวันเดินทางอากาศดีมาก ไม่ร้อน ไม่หนาว ประมาณ 18-22 องศา แต่พอถึงวันเดินทาง ฝนตกค่ะ! ไม่หนักมาก แต่ตกทั้งวัน แวะ Starbucks ที่แรก เพื่อซื้อแซนวิชแทนอาหารเช้าทานบนรถ ของแตงโมเป็น ชอคโกแลตร้อน กับ เบคอนกูด้าแซนวิช และของจัสตินเป็นคาปูชิโน่กับแซนวิชตัวเดียวกัน คือชอบมาก รักมากแซนวิชอันนี้ รู้ว่ากินแล้วอ้วน แต่ก็ขอกินหน่อยเถอะ
ตอนถึง Highway ทางไป Cincinnati คือ อาจจะเพราะฝนตกด้วย รถติดด้วย จัสตินเลยค่อนข้างโมโห อากาศไม่เป็นใจแล้วยังมารถติดอีก เลยบ่นๆ ว่าคนพวกนี้มาทำอะไรกันบนถนน เอ้า! คือตัวเองก็ขับรถไป Cincinnati แล้วคนอื่นจะไปไม่ได้เลยรึไง พาลไปทั่วจริงๆ ก็ขำๆ กันไป
จุดแรกที่แวะจอดทานคือ Lexington ค่ะ ถึงประมาณ บ่าย2 กว่าๆ คือก่อนหน้านี้วางแผนกันไว้ว่าจะแวะ Cincinnati เพื่อกิน BBQ ที่ร้าน Eli's ร้านโปรดของเราสองคน แต่ด้วยเวลา กลัวว่าจะไปถึง Asheville ดึกเกิน และเราก็แพลนว่าจะทานอาหารเย็นกันที่นั่นก็เลยข้ามไป คิดว่าขากลับค่อยแวะมากิน เลยตัดสินใจแวะที่ Lexington แทน ย่านนี้ก็ดังเรื่อง BBQ เหมือนกัน ก่อนถึงก็ Search หาจาก Yelp ว่าควรแวะร้านไหนดี มีแนะนำมา 2 ร้านคือ Red States กับ ฺBlue Door เลยให้จัสตินเป็นคนเลือก -- ตอนนั้นถ้าถามอยากไป Red States มาก เพราะรีวิวได้เยอะกว่า ประมาณ 700 ต่อ 400 แต่จัสตินเอ่ยปากว่าไป Blue Door ก็เลยไม่อยากเรื่องเยอะ รู้ว่าถ้าเราบอกให้ไป Red States ก็ไปได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งอธิบาย แต่พอดีเอ่ยปากถามเค้าแล้ว เค้าเลือกแล้วก็เลยตามเลย ไปถึงไม่มี ribs! เสียใจ แต่ก็มี Pulled Pork กับ Baby Ribs เลยสั่ง Pulled Pork Sandwich กับ Baby Ribs แบบ 1/2lbs
เรานั่งกินแต่ Pulled Pork อย่างเดียว ขนมปังกินบ้างแต่แผ่นล่าง คือพยายามกินคาร์บให้น้อยที่สุด ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยอะไรเลย 555 อร่อยนะให้ไป 3 ดาว Pulled Pork ถือว่าอร่อยเลย อร่อยกว่า Eli's ด้วย เห็นบ่นๆ ก็กินจนหมด ตอนกำลังนั่งกินก็ได้ยินพนักงานพูดกับลูกค้าคนต่อไปว่า Pulled Pork หมดแล้ว ถือว่าเราโชคดี อิอิ
กินเสร็จก็เดินทางกันต่อ คิดว่าจะเดินทางรวดเดียวให้ถึง Asheville เลย ไม่แวะต่อ...
ครึ่งทางแวะพักรถซักเมืองที่ Tennessee แล้วก็ยิงยาวจนถึง Asheville มีบางช่วงก่อนถึง Asheville แดดออก! เป็นแดดแรกของวันที่เห็น และหลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ก็เหมือนกำลังขับรถเข้าไปในเมืองฝนอีกรอบ
เดินทางถึง Asheville ประมาณ 1ทุ่ม สรุปเวลาเดินทางรวมๆ ก็ประมาณ 7-8 ชั่วโมง
พอถึงก็แวะที่พักก่อนเลย คือดีงามมาก! ได้บ้านทั้งหลัง 2 ห้องนอน 2.5 ห้องน้ำ
1-2 คืน ก่อนที่จะออกเดินทาง คือ ก็ประมาณว่าเถียงกันนิดหน่อยเรื่องที่พัก เราอยากนอน Bed&Breakfast แต่ห้องพักไม่มี ที่มีก็แพงมาก ก็ไม่อยากนอน หาที่พักตาม airbnb ก็ไม่น่านอนเลยซักที่ แต่สรุปจัสตินก็จองห้องพักที่นึงคืนละ ร้อยนิดๆ 3คืนก็ 3ร้อยกว่าเหรียญ และก็ยอมให้เราเลือก Bed&Breakfast อีกคืนนึง ที่ไหนก็ได้ เราก็ ที่ไหนก็ได้ ไม่ซูซี
สรุปก่อนนอน เพื่อนจัสตินส่งที่พักมาให้ดูและมันก็ดูดีมาก คืนละ $140 จัสตินเลยยกเลิกอันเก่าและก็เอาที่ใหม่ และก็เอาแต่ถามว่าทำไมไม่เห็นตัวนี้ตั้งแต่แรก
มาถึงที่พัก ก็ดูจะภูมิใจกับที่พักมากมันดีมากจริงๆ
ห้องนอน master bedroom ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำจากุชชี่ให้ด้วย (และก็อาบน้ำแบบ Shower) วิวห้องนอนเป็นป่า ลืมถ่าย ตัวห้องน้ำคือไม่ปิดกระจกหลัง แช่อ่างอาบน้ำ มองวิวทิวทัศน์ด้วยเลย ห้องนอนเล็กก็น่ารักมาก แค่ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่หน้าห้องมีห้องน้ำแบบ full bathroom กับอ่างอาบน้ำหน้าห้องนอน ชั้นล่างก็มีห้องน้ำแบบ half bathroom คือ ดีงาม ชอบ...ชอบมากๆ
นั่งเล่นที่ห้องรับแขกซักพัก พร้อมกับหาที่กินข้าวเย็น และย่านที่พักอยู่คือ West Asheville เป็นย่านที่ดังสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ คือ มาดื่ม กิน ที่นี่ได้เลย จัสตินก็เลยอยากแวะชิมเบียร์ของที่นี่ แวะที่แรก Oyster บาร์ ตอนแรกว่าจะหาอะไรกินด้วย แต่เปิดเมนูมีแต่ Oyster จริงๆ เราก็เลยขอบาย นั่งกินน้ำเปล่า จัสตินก็สั่งเบียร์มากิน แต่ถามแล้ว จัสตินบอกไม่อร่อย และพนักงานก็ดูไม่ค่อยเป็นมิตร จากการพูดคุยสรุปได้ว่า คนแถวนี้คงเบื่อนักท่องเที่ยว ที่มากันเยอะแยะ ทำให้ร้านอาหารเต็ม ไปที่ไหนก็เต็ม จะกินข้าวกินอะไรแต่ละที ต้องรออย่างต่ำ 30-45 นาที เพราะคนเยอะมาก! แต่คิดอีกแง่คือเราก็เอาเงินมาให้นะ! แต่แล้วก็แต่มุมมอง สรุปออกจากร้านแรก ก็ขับรถวนหาร้านอื่นต่อ จะแวะกินข้าว ไปร้านไหนก็เต็มจริงๆ อยากกินซูชิ แต่ต้องขับไปไกลอีก 10 นาที เรายังไงก็ได้ จัสตินก็ยังไงก็ได้ แต่ต่างคนก็ต่างคิดว่าอีกคนอยากอยู่แถวนี้ สรุปเลยขับไปร้าน Zia คนเยอะเหมือนเดิม มี 2 choices ให้เลือก คือ แบบ deluxe กับ standard: ถ้าแบบ Deluxe รอ 2 ชม. เพราะร้านเต็ม ถ้ามีที่ว่างพนักงานจะพาไปนั่งและก็รอรับออเดอร์ เอาอาหารมาเสิร์ฟ แต่ถ้าแบบ Standard คือไปยืนสั่งที่หน้าเคาท์เตอร์ รอรับอาหารแล้วก็ไปหาที่นั่งเอง ก็เลยเลือกแบบที่ 3 -- ขับไปหาร้านอื่น
มาจบที่ร้าน The Admiral เข้าไปในร้านดีใจเห็นโต๊ะว่าง 1 โต๊ะ บอกกับพนักงานว่ามากัน 2 คน พนักงานบอกต้องรอ เพราะโต๊ะเต็ม โต๊ะนี้มีคนจองไว้แล้ว แล้วก็หันไปคุยโทรศัพท์ต่อ แล้วก็เหมือนว่าคนในสายขอยกเลิกที่จองโต๊ะไว้ เราก็เลยได้โต๊ะนั่งพอดิบพอดี
เมนูแบบว่า มีทั้งกวาง กระต่าย หมู วัว เราเลยขอยืนพื้นที่หมูไม่ก็วัว จัสตินก็บอกถ้าวัวจะเสิร์ฟแบบเย็น ประมาณซูชิวัว ถ้าหมูจะเสิร์ฟร้อน เราก็นะ...กินหมูสิคะ
ถือว่าอร่อยเกินคาดค่ะ! ปกติจะไม่กินอะไรที่ผสมๆ กัน แต่อันนี้คือ แอปเปิ้ลเปรี้ยวๆ หั่นบางมาก กรอบๆ กินพร้อมกับมันฝรั่ง, แยมหัวหอม ตัดกับเนื้อหมูและก็ซอสหวานๆ ดีมาก คือ อร่อย ลงตัว ดีงาม ชอบมากก เอาไป 4.5 คะแนน 555
และก็มี mac n cheese กูด้าเบค่อนด้วย อันนั้นก็ดีงามแต่ ไม่มีรูป พอวางแล้วรีบกินไปหน่อย ลืม เพราะหิว กว่าจะได้กินข้าวเกือบ 3ทุ่มกว่า ตอนแรกว่าจะกินขนมต่อตอนท้าย แต่ของหวานไม่น่ากิน เชยๆ เลยอดไป
จัสตินอยากไปบาร์ต่อ เลยเดินไปบาร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ก็อย่างที่บอกเหมือนเค้าไม่ค่อยต้อนรับนักท่องเที่ยวเลย เดินเข้าไปในร้านพนักงานก็เรียกให้ออกมา จัสตินก็ถาม ว่าถ้าอยากดู Live music ต้องไปที่ไหนเหรอ ที่นี่มีมั้ย คือ search หาร้านตาม google และเจอร้านนี้น่านั่งดี สรุปพนักงานพาเดินออกไปข้างนอก และก็บอกว่าให้เดินไปหยิบ Calendar ตรงนั้นแล้วไปดูเอาว่ามี Live music ที่ไหน คือ โห...ใจร้ายมาก...
ก็เลย...กลับที่พัก จบวันแรกแบบไม่ค่อยดี สำหรับจัสตินอาจจะเฉยๆ แต่เราไม่ชอบเมืองนี้เลย 555 อย่างเซ็ง
เอาจริงๆ นะ ถ้าเราเป็นคนถาม แล้วมาตอบเราแบบนี้เราจะด่าให้ แต่จัสตินคือเฉยมาก โกรธแต่ก็ไม่โมโห ไม่ทำให้เสียบรรยากาศ ทำกับเราได้ แต่มาทำกับจัสตินเราไม่ยอม!
ขึ้นรถกลับ ตอนจอดรถเราดึงเบรกมือไว้เพราะกลัวรถจะไหลไปชนคันหน้า พอออกตัวลืมเอาเบรกมือลง เพราะแทบจะไม่ได้ใช้ จัสตินก็คงโมโหกับบาร์นั่นก็มีมาเหวี่ยงๆ เรา เราก็เอ้า โมโหคนอื่นอย่ามาลงที่เราดิ สรุปขับรถกลับที่พักกันอย่างเซ็งๆ เลยวันนั้น
เอ้า ทำไมจบไม่ดีเลย? 555
ไว้ต่อวันที่ 2 ตอนหน้า รูปอาจจะไม่เยอะนะ ชอบบรรยายมากกว่า
ขอบคุณค่ะ
ขอประเดิมบล็อกหน้าแรกด้วยทริป Asheville, North Carolina ค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนชอบเที่ยวและชอบกินมากๆ อยากเขียนบันทึกเก็บเอาไว้แต่ก็ขี้เกียจ ตัวหนังสือสวยงามไม่สม่ำเสมอด้วย เลยคิดว่ามาทำบล็อกดีกว่า และมีความฝันกับแฟนไว้ว่า จะไปเที่ยวและก็กินรอบโลกพร้อมทั้งเป็นบล็อกเกอร์กันอย่างสนุกสนาน แต่ความฝันก็จะเป็นความฝันต่อไป ถ้าเราไม่เริ่มทำมันซะที เลยขอเริ่มจากทริปล่าสุดที่ไปมาเมื่อวันที่ 5-9 พฤษภาคม ที่ผ่านมาค่ะ ASHEVILLE!
May 5th, 2017
เริ่มเดินทางออกจาก Columbus, Ohio ประมาณ 10.40 AM
คือก่อนวันเดินทางอากาศดีมาก ไม่ร้อน ไม่หนาว ประมาณ 18-22 องศา แต่พอถึงวันเดินทาง ฝนตกค่ะ! ไม่หนักมาก แต่ตกทั้งวัน แวะ Starbucks ที่แรก เพื่อซื้อแซนวิชแทนอาหารเช้าทานบนรถ ของแตงโมเป็น ชอคโกแลตร้อน กับ เบคอนกูด้าแซนวิช และของจัสตินเป็นคาปูชิโน่กับแซนวิชตัวเดียวกัน คือชอบมาก รักมากแซนวิชอันนี้ รู้ว่ากินแล้วอ้วน แต่ก็ขอกินหน่อยเถอะ
ตอนถึง Highway ทางไป Cincinnati คือ อาจจะเพราะฝนตกด้วย รถติดด้วย จัสตินเลยค่อนข้างโมโห อากาศไม่เป็นใจแล้วยังมารถติดอีก เลยบ่นๆ ว่าคนพวกนี้มาทำอะไรกันบนถนน เอ้า! คือตัวเองก็ขับรถไป Cincinnati แล้วคนอื่นจะไปไม่ได้เลยรึไง พาลไปทั่วจริงๆ ก็ขำๆ กันไป
จุดแรกที่แวะจอดทานคือ Lexington ค่ะ ถึงประมาณ บ่าย2 กว่าๆ คือก่อนหน้านี้วางแผนกันไว้ว่าจะแวะ Cincinnati เพื่อกิน BBQ ที่ร้าน Eli's ร้านโปรดของเราสองคน แต่ด้วยเวลา กลัวว่าจะไปถึง Asheville ดึกเกิน และเราก็แพลนว่าจะทานอาหารเย็นกันที่นั่นก็เลยข้ามไป คิดว่าขากลับค่อยแวะมากิน เลยตัดสินใจแวะที่ Lexington แทน ย่านนี้ก็ดังเรื่อง BBQ เหมือนกัน ก่อนถึงก็ Search หาจาก Yelp ว่าควรแวะร้านไหนดี มีแนะนำมา 2 ร้านคือ Red States กับ ฺBlue Door เลยให้จัสตินเป็นคนเลือก -- ตอนนั้นถ้าถามอยากไป Red States มาก เพราะรีวิวได้เยอะกว่า ประมาณ 700 ต่อ 400 แต่จัสตินเอ่ยปากว่าไป Blue Door ก็เลยไม่อยากเรื่องเยอะ รู้ว่าถ้าเราบอกให้ไป Red States ก็ไปได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งอธิบาย แต่พอดีเอ่ยปากถามเค้าแล้ว เค้าเลือกแล้วก็เลยตามเลย ไปถึงไม่มี ribs! เสียใจ แต่ก็มี Pulled Pork กับ Baby Ribs เลยสั่ง Pulled Pork Sandwich กับ Baby Ribs แบบ 1/2lbs
เรานั่งกินแต่ Pulled Pork อย่างเดียว ขนมปังกินบ้างแต่แผ่นล่าง คือพยายามกินคาร์บให้น้อยที่สุด ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยอะไรเลย 555 อร่อยนะให้ไป 3 ดาว Pulled Pork ถือว่าอร่อยเลย อร่อยกว่า Eli's ด้วย เห็นบ่นๆ ก็กินจนหมด ตอนกำลังนั่งกินก็ได้ยินพนักงานพูดกับลูกค้าคนต่อไปว่า Pulled Pork หมดแล้ว ถือว่าเราโชคดี อิอิ
กินเสร็จก็เดินทางกันต่อ คิดว่าจะเดินทางรวดเดียวให้ถึง Asheville เลย ไม่แวะต่อ...
ครึ่งทางแวะพักรถซักเมืองที่ Tennessee แล้วก็ยิงยาวจนถึง Asheville มีบางช่วงก่อนถึง Asheville แดดออก! เป็นแดดแรกของวันที่เห็น และหลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ก็เหมือนกำลังขับรถเข้าไปในเมืองฝนอีกรอบ
พอถึงก็แวะที่พักก่อนเลย คือดีงามมาก! ได้บ้านทั้งหลัง 2 ห้องนอน 2.5 ห้องน้ำ
1-2 คืน ก่อนที่จะออกเดินทาง คือ ก็ประมาณว่าเถียงกันนิดหน่อยเรื่องที่พัก เราอยากนอน Bed&Breakfast แต่ห้องพักไม่มี ที่มีก็แพงมาก ก็ไม่อยากนอน หาที่พักตาม airbnb ก็ไม่น่านอนเลยซักที่ แต่สรุปจัสตินก็จองห้องพักที่นึงคืนละ ร้อยนิดๆ 3คืนก็ 3ร้อยกว่าเหรียญ และก็ยอมให้เราเลือก Bed&Breakfast อีกคืนนึง ที่ไหนก็ได้ เราก็ ที่ไหนก็ได้ ไม่ซูซี
สรุปก่อนนอน เพื่อนจัสตินส่งที่พักมาให้ดูและมันก็ดูดีมาก คืนละ $140 จัสตินเลยยกเลิกอันเก่าและก็เอาที่ใหม่ และก็เอาแต่ถามว่าทำไมไม่เห็นตัวนี้ตั้งแต่แรก
มาถึงที่พัก ก็ดูจะภูมิใจกับที่พักมากมันดีมากจริงๆ
ห้องนอน master bedroom ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำจากุชชี่ให้ด้วย (และก็อาบน้ำแบบ Shower) วิวห้องนอนเป็นป่า ลืมถ่าย ตัวห้องน้ำคือไม่ปิดกระจกหลัง แช่อ่างอาบน้ำ มองวิวทิวทัศน์ด้วยเลย ห้องนอนเล็กก็น่ารักมาก แค่ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่หน้าห้องมีห้องน้ำแบบ full bathroom กับอ่างอาบน้ำหน้าห้องนอน ชั้นล่างก็มีห้องน้ำแบบ half bathroom คือ ดีงาม ชอบ...ชอบมากๆ
นั่งเล่นที่ห้องรับแขกซักพัก พร้อมกับหาที่กินข้าวเย็น และย่านที่พักอยู่คือ West Asheville เป็นย่านที่ดังสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ คือ มาดื่ม กิน ที่นี่ได้เลย จัสตินก็เลยอยากแวะชิมเบียร์ของที่นี่ แวะที่แรก Oyster บาร์ ตอนแรกว่าจะหาอะไรกินด้วย แต่เปิดเมนูมีแต่ Oyster จริงๆ เราก็เลยขอบาย นั่งกินน้ำเปล่า จัสตินก็สั่งเบียร์มากิน แต่ถามแล้ว จัสตินบอกไม่อร่อย และพนักงานก็ดูไม่ค่อยเป็นมิตร จากการพูดคุยสรุปได้ว่า คนแถวนี้คงเบื่อนักท่องเที่ยว ที่มากันเยอะแยะ ทำให้ร้านอาหารเต็ม ไปที่ไหนก็เต็ม จะกินข้าวกินอะไรแต่ละที ต้องรออย่างต่ำ 30-45 นาที เพราะคนเยอะมาก! แต่คิดอีกแง่คือเราก็เอาเงินมาให้นะ! แต่แล้วก็แต่มุมมอง สรุปออกจากร้านแรก ก็ขับรถวนหาร้านอื่นต่อ จะแวะกินข้าว ไปร้านไหนก็เต็มจริงๆ อยากกินซูชิ แต่ต้องขับไปไกลอีก 10 นาที เรายังไงก็ได้ จัสตินก็ยังไงก็ได้ แต่ต่างคนก็ต่างคิดว่าอีกคนอยากอยู่แถวนี้ สรุปเลยขับไปร้าน Zia คนเยอะเหมือนเดิม มี 2 choices ให้เลือก คือ แบบ deluxe กับ standard: ถ้าแบบ Deluxe รอ 2 ชม. เพราะร้านเต็ม ถ้ามีที่ว่างพนักงานจะพาไปนั่งและก็รอรับออเดอร์ เอาอาหารมาเสิร์ฟ แต่ถ้าแบบ Standard คือไปยืนสั่งที่หน้าเคาท์เตอร์ รอรับอาหารแล้วก็ไปหาที่นั่งเอง ก็เลยเลือกแบบที่ 3 -- ขับไปหาร้านอื่น
มาจบที่ร้าน The Admiral เข้าไปในร้านดีใจเห็นโต๊ะว่าง 1 โต๊ะ บอกกับพนักงานว่ามากัน 2 คน พนักงานบอกต้องรอ เพราะโต๊ะเต็ม โต๊ะนี้มีคนจองไว้แล้ว แล้วก็หันไปคุยโทรศัพท์ต่อ แล้วก็เหมือนว่าคนในสายขอยกเลิกที่จองโต๊ะไว้ เราก็เลยได้โต๊ะนั่งพอดิบพอดี
เมนูแบบว่า มีทั้งกวาง กระต่าย หมู วัว เราเลยขอยืนพื้นที่หมูไม่ก็วัว จัสตินก็บอกถ้าวัวจะเสิร์ฟแบบเย็น ประมาณซูชิวัว ถ้าหมูจะเสิร์ฟร้อน เราก็นะ...กินหมูสิคะ
ถือว่าอร่อยเกินคาดค่ะ! ปกติจะไม่กินอะไรที่ผสมๆ กัน แต่อันนี้คือ แอปเปิ้ลเปรี้ยวๆ หั่นบางมาก กรอบๆ กินพร้อมกับมันฝรั่ง, แยมหัวหอม ตัดกับเนื้อหมูและก็ซอสหวานๆ ดีมาก คือ อร่อย ลงตัว ดีงาม ชอบมากก เอาไป 4.5 คะแนน 555
และก็มี mac n cheese กูด้าเบค่อนด้วย อันนั้นก็ดีงามแต่ ไม่มีรูป พอวางแล้วรีบกินไปหน่อย ลืม เพราะหิว กว่าจะได้กินข้าวเกือบ 3ทุ่มกว่า ตอนแรกว่าจะกินขนมต่อตอนท้าย แต่ของหวานไม่น่ากิน เชยๆ เลยอดไป
จัสตินอยากไปบาร์ต่อ เลยเดินไปบาร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ก็อย่างที่บอกเหมือนเค้าไม่ค่อยต้อนรับนักท่องเที่ยวเลย เดินเข้าไปในร้านพนักงานก็เรียกให้ออกมา จัสตินก็ถาม ว่าถ้าอยากดู Live music ต้องไปที่ไหนเหรอ ที่นี่มีมั้ย คือ search หาร้านตาม google และเจอร้านนี้น่านั่งดี สรุปพนักงานพาเดินออกไปข้างนอก และก็บอกว่าให้เดินไปหยิบ Calendar ตรงนั้นแล้วไปดูเอาว่ามี Live music ที่ไหน คือ โห...ใจร้ายมาก...
ก็เลย...กลับที่พัก จบวันแรกแบบไม่ค่อยดี สำหรับจัสตินอาจจะเฉยๆ แต่เราไม่ชอบเมืองนี้เลย 555 อย่างเซ็ง
เอาจริงๆ นะ ถ้าเราเป็นคนถาม แล้วมาตอบเราแบบนี้เราจะด่าให้ แต่จัสตินคือเฉยมาก โกรธแต่ก็ไม่โมโห ไม่ทำให้เสียบรรยากาศ ทำกับเราได้ แต่มาทำกับจัสตินเราไม่ยอม!
ขึ้นรถกลับ ตอนจอดรถเราดึงเบรกมือไว้เพราะกลัวรถจะไหลไปชนคันหน้า พอออกตัวลืมเอาเบรกมือลง เพราะแทบจะไม่ได้ใช้ จัสตินก็คงโมโหกับบาร์นั่นก็มีมาเหวี่ยงๆ เรา เราก็เอ้า โมโหคนอื่นอย่ามาลงที่เราดิ สรุปขับรถกลับที่พักกันอย่างเซ็งๆ เลยวันนั้น
เอ้า ทำไมจบไม่ดีเลย? 555
ไว้ต่อวันที่ 2 ตอนหน้า รูปอาจจะไม่เยอะนะ ชอบบรรยายมากกว่า
ขอบคุณค่ะ
Comments
Post a Comment