Asheville trip (ตอน III) กินกินกินและก็ไปแช่บ่อน้ำร้อน ~~

เช้าวันที่ 3 ที่ Asheville แล้ว...

วันนี้เราต้องออกจาก Airbnb สุด exclusive และไปพักที่ Bed and Breakfast อีกที่หนึ่ง ที่ใกล้ดาวน์ทาวน์มากกว่าเดิม ซึ่งเหตุผลหลักจริงๆ แล้ว ก็แค่อยากลองพักหลายๆ ที่ ที่ธรรมดาๆ (นี่ก็ไม่ถือว่าธรรมดานะ) จนถึงที่แบบแพงๆ
หลังจากเสียเวลาเก็บข้าวของ เช็คของก่อน check-out ก็เกือบจะ 10โมงนิดๆ แล้ว และจัสตินก็เริ่มมีอาการ Hangry ... ก่อนออกจากที่พัก ก็มีเพื่อนบ้านแวะมาทักทาย คิดว่าเราเพิ่งย้ายมาใหม่ เราก็เลยได้มีโอกาสถามว่ามี Breakfast ที่ไหนแนะนำมั้ย เค้าบอกเค้าขอแนะนำเป็น Lunch แทน ที่ร้าน Rankin Vault Cocktail Lounge มีเบอร์เกอร์อร่อยมาก.. ซึ่งร้านนี้ เป็นร้านที่เรากับจัสตินไปมาเรียบร้อยแล้ว และติดใจ Tots ของเค้า!

ที่ Asheville มีกฎว่า ห้ามคนต่างเมืองทำ Airbnb คือ ถ้าจะทำ ต้องอาศัยอยู่ที่นี่ แปลก แต่ก็ถือว่าดี เพราะไม่งั้นคนรวย คนมีตังค์ กว้านซื้อที่และก็ทำ Airbnb กันหมด เพราะอย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแรกๆ ว่า ตอนนี้ Asheville เป็นเมืองที่กำลังได้รับความนิยม เพราะเราไม่ได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์นักจากเพื่อนบ้าน เราก็เลยเชื่อ Host เจ้าของบ้าน ที่แนะนำสถานที่สำหรับอาหารเช้าใกล้ๆ ซึ่งเป็นร้านชื่อดัง ตอนแรกเราก็จะไปที่นั่นกัน ชื่อร้าน Biscuit Head แต่นี่คือภาพหน้าร้านที่เราเห็น...

...

เราก็เลยขับรถไปตามถนนเส้นหลัก และก็เจออีกร้านนึง Sunny อะไรซักอย่าง จัสตินให้เราไปลงชื่อก่อน เพราะคนก็เยอะเหมือนกัน เราเห็นหน้าร้านประมาณ 6-7 คน คิดว่ายังไงก็รอไหว แต่พอลงไปถึง กลายเป็นว่า ข้างหลังร้านมีลานกว้างๆ ให้คนยืนรอกันอีกเพียบ! เราต้องต่อแถวประมาณ 5 นาทีกว่าจะถึงคิวจอง และพนักงานก็แจ้งว่าเราต้องรอคิวประมาณ 2ชม. เกิดมาไม่เคยรอร้านอาหารที่ไหนนานเท่านี้มาก่อน เราก็เลยโทรหาจัสตินให้มารับ.. ไม่กินแล้ว ไปกินที่ดาวน์ทาวน์แล้วกัน

สรุป...เราเลือกร้าน Early Girl ตอนแรกเราก็ไม่อยากกินเลย ไม่ชอบ ร้านนี้ส่องไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงแล้ว แต่ตอนนั้นเราอยากกิน French Toast หรือไม่ก็ Egg Benedict ให้ได้ เลยต้องข้ามร้านนี้ไป ... ตอนแรกเราก็ต้องรอคิวประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ยังไงไม่รู้ เค้าแซงคิวให้เราเข้าเฉยเลย ... และสรุป ร้านนี้ประทับใจมากกกกกกก!

เราจำไม่ได้แล้วว่าเราสั่งอะไรไป น่าจะอะไรซักอย่างที่มีเบค่อน (นี่เป็นตัวกินเบค่อน) แต่จัสตินสั่ง Blackberry and Almond Pancake 1 stack ตอนนั้นเราก็แบบ แพนเค้กอะไร แค่ 3 แผ่นตั้ง $13 เราไม่มาตั้งไกลเพื่อกินแพนเค้กหรอกนะ อะไรประมาณนี้ อ้อ! ที่แปลกอีกอย่าง คือ ที่นี่ไม่มี Hot Chocolate เลย ในร้านอาหาร มีแต่ชากับกาแฟจริงๆ เราเสียใจมาก!!
กลับมาที่แพนเค้ก จัสตินได้ไม่ครบ คือสั่งไป 1 stack แต่เค้าเสิร์ฟมาแค่ 1 ชิ้น พอถามพนักงาน พนักงานก็รีบขอโทษและก็แถมแพนเค้กให้เราไปเลย! จัสตินตัดมาให้ชิมคำนึง คือ อร่อยมาก!

อร่อยมากจริงๆๆๆๆ

เราแทบอยากจะเปลี่ยนจานกับจัสติน แต่ก็มีความเกรงใจอยู่บ้างเล็กน้อย เลยแอบกินแทน คือ แพนเค้กนุ่มมากกกก และกัดไปบางคำเจออัลมอนต์มันก็จะกรุบๆ กรอบๆ เจอแบล็กเบอร์รี่ก็หวานๆ เปรี้ยวๆ มันๆ มันเป็นอะไรที่ลงตัวมาก จานนี้เอาไป 5 ดาวเลย เพราะเราไม่คาดหวังแต่ผลลัพธ์สุดยอด

กินข้าวเสร็จเราก็ยังอิ่มอยู่นะ แต่ยังติดใจกับการที่ไม่ได้กิน Hot Chocolate อยู่ ก็เลยแวะคาเฟ่ซักหน่อย จัดมาซักแก้วนึง



เดินเล่นในดาวน์ทาวน์ซักพัก เพราะไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ โทรหา Bed & Breakfast ขอเช็คอินก่อนก็ไม่ได้ (ขี้เหนียว) และอันที่จริงวันนี้เรามีนัดไป Hot Spring ด้วย แต่เวลานัด คือ 4โมงเย็น ตอนนี้ก็เลยต้องหาอะไรทำฆ่าเวลาจริงๆ เดินแวะหลายร้านมาก จ๊นนนนนนนน ไปร้านขายของ Outdoor จัสตินเลยเกิดความคิดอยากได้กระเป๋า cooler ใหม่ เอาไว้ใส่ Cider เพราะใบเดิมเริ่มจะพังแล้ว
เราก็ยื้ออยู่นานไม่อยากให้ซื้อ ไม่อยากให้เสียเงิน แต่ก็ซื้อจนได้ (ตอนหลัง ไปเจอแบบคล้ายๆ กันอยู่ Target นางก็บ่น...สม)

มีความภูมิใจกับ Cooler ใหม่มาก ใช้ทันทีที่ได้...


และแล้วเราก็หมดเวลาไปกับอะไรก็ไม่รู้ในดาวน์ทาวน์ และก็ไปแช่น้ำร้อนกั๊น!




เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ สัญญาณโทรศัพท์เข้าไม่ถึง อินเตอร์เน็ตไม่มี เงียบและสงบมาก จนจัสตินอยากจะพักที่นี่อีกคืน (มีความมโน) อ้อ! ที่นี่มี Hot Chocolate ให้ฟรีด้วยนะ

เราจองบ่อ Private ไว้ ซึ่งสามารถปาโป๊ลงแช่น้ำได้เลย แต่ไม่ได้ Private แบบในห้องปิดสนิทนะ คือ ปิดจากด้านข้าง คนมองไม่เห็น แต่เปิดด้านหน้า มองเห็นตลิ่ง มองเห็นป่า คือ ถ้ามีคนแอบอยู่ในป่า ก็จะสามารถเห็นจุด Private ของเราได้ เราก็เลยเลือกไม่โป๊... ใจไม่กล้าพอ

กับไซเดอร์ของจัสตินอีกซักรอบ เห็นป่าเบลอๆ ที่ฉากหลังมั้ยคะ?

ไม่ได้ถ่ายรูปมา...ลืม ถ่ายมาแต่รูป Cider ของจัสติน
ใครไป Boston, Columbus, Philly ที่ไหนอีกก็จำไม่ได้ อย่าลืมถามหานะคะ

น้ำร้อนจนแบบร้อนเกินไป และแดดก็แรงด้วย อันที่จริงอากาศเย็นๆ นะ แต่เพราะมีแดดเข้ามาพอดี เลยร้อน แต่ถ้าไปนั่งหลบมุมก็จะมีความเย็นหัวเกินไป ไปนั่งตากแดดจะดีกว่า
มีเวลาแช่น้ำร้อน 1 ชั่วโมง พอครบ ก็จะมีพนักงานมาแจ้งว่าหมดเวลา และพนักงานก็จะปล่อยน้ำทิ้งทันที ซักพักเค้าก็จะขอเข้ามา และก็ขัดบ่อ คือ ดีอะ... สะอาดเลย!

พอเสร็จจาก Hot Spring ก็ได้เวลา Check-in พอดี ขับรถเข้าเมืองอีก 45 นาที พอไปถึง หาที่พักไม่เจอ 555 คือ อารมณ์จะเป็นเหมือนบ้านสวยๆ ขับเลยไปมาอยู่ 2 รอบ และทางเข้าแคบมากกกก

พอไปถึงและโทรหาพนักงาน เค้าก็แจ้งว่า กุญแจอยู่ตรงไหน เข้าไปก็มีห้องครัว ห้องทานอาหาร .. ที่ตลกคือ ที่นี่มีกฎว่า อาหารเช้าเสิร์ฟ 9โมง และ จะเสิร์ฟเฉพาะที่ห้องอาหารเท่านั้น ลูกค้าต้องเข้าไปนั่งทานด้วยกัน บนโต๊ะเดียวกัน อย่างกับโรงเรียนประจำแน่ะ!

มุมสำหรับบริการตัวเอง

ที่ประทับใจ คือ พอไปถึง เค้าจะมีห้องรับรองให้นั่ง บริการตัวเอง ผ่อนคลายตัวเอง และก็มีโต๊ะที่วางขนม ของว่าง น้ำดื่ม ไวน์ ให้เรียบร้อย คือ อยากกินอะไร กินเลย ตามสบาย แล้วคือจัดโต๊ะสวยมาก นี่ก็มโนว่าเป็นบ้านของตัวเองเลยนะ




ห้องพักก็สวยงาม ห้องทุกห้องที่ไม่มีคนอยู่ก็จะเปิดเอาไว้ เดินเข้าไปดูได้เลย มีคนเข้าพักวันเดียวกันกับเรา 2 ห้อง แต่อีกห้องนึงมา Check-in ก่อน เราก็เลยอดดูเลย

พอจัดของเสร็จ เราก็ลงไปนั่งกินของว่างกันต่อ จัสตินก็เอากีต้าร์มาเล่นหน้าบ้าน (ที่พัก) มีระเบียงกับผ้าห่มเตรียมไว้ให้ด้วย เพราะอากาศค่อนข้างเย็น วันนี้เรามีแพลนว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตกกัน จัสตินก็ดูเวลาที่พระอาทิตย์จะตก กับสถานที่ที่จะไปดูพระอาทิตย์ตก พอใกล้ถึงเวลาก็ขับรถไป แต่สรุป...ที่ที่จัสตินพาไปกำลังปรับปรุง! ก็เลยรีบหากันอุตลุด ตอนนั้นแบบที่ไหนก็ได้ ใกล้ๆ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทัน แต่ก็ทัน..? ได้ Skybar มาเหมือนช่วยชีวิตไว้ เป็นบาร์ มีเครื่องดื่ม อาหาร ต้องขึ้นลิฟต์ตัวเดียวขึ้นไปชั้นบนสุด





เหมือนจะได้ภาพพระอาทิตย์ตก แต่ก็ไม่ได้ นี่คือภาพที่ดีที่สุดที่มี 5555 ถ่ายรูปเสร็จ ก็ลงเลยค่ะ มาเพื่อถ่ายรูปจริงๆ ... วันนี้กลับไปกินร้าน Vault อีกรอบ เพราะเราทั้งคู่ตกหลุมรัก Tots ร้านนี้ จัสตินสั่งเบอร์เกอร์มากินเพิ่ม


ก็ถือว่ารสชาติโอเคเลย ร้านนี้อร่อยทุกอย่างจริมๆ


ปิดท้าย entry นี้ด้วยภาพเมนูเบอร์เกอร์ที่อร่อยมาก (จัสตินบอก ส่วนเรากินแต่ tots) ตอนหน้าจะเป็นวันสุดท้ายที่ Asheville และวันเดินทางกลับแล้วนะ มีเรื่องตื่นเต้นมาก!

Comments