Asheville Trip (ตอน IV จบ) Ribs และ โรงแรมผีสิง!

เดินทางมาถึงตอนที่ 4 กันแล้ว!

ที่จริงเขียนพิมพ์เสร็จตั้งนานมากแล้ว แต่ไม่ได้ใช้คอมเลย เหลือเชื่อมาก ไม่เล่นคอมมาหลายเดือน และพอซักพักก็มีเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพตามมา และก็ไปเที่ยวต่างประเทศยาวๆ ... อยากอัพทริปต่อไปแล้ว เลยทำทริปนี้ให้เสร็จก่อน 555 ฝากด้วยนะคะ <3


....


เมื่อคืนเป็นคืนสุดท้ายที่ Asheville วันนี้เราก็จะเดินทางกลับ Columbus กัน
มีแพลนกันตั้งแต่วันแรกเลยว่า จะแวะทาน Ribs ที่ Cincinnati ยังไงก็ต้องแวะ ไม่แวะ ไม่ยอม ขาไปไม่ได้กิน ต้องได้กินขากลับ 555

เริ่มจากมื้อเช้า กว่าจะตื่นก็ 8 โมงเกือบ 9โมง เพราะเมื่อคืนนอนกันดึกมาก! แต่ละคนไม่รู้หลับกันไปตอนไหน กว่าจะเตรียมตัวเสร็จก็ 9โมงกว่าๆ กลัวว่าจะไม่ทันกินมื้อเช้า เพราะเค้าบอกต้อง 9โมง แต่แม่ครัวก็ใจดี เสิร์ฟมื้อเช้าให้เรา เป็นแพนเค้กข้าวโอ๊ต กรุบๆ กรอบๆ จัสตินชอบมาก เสิร์ฟพร้อม saucesage ผลไม้สด และก็น้ำส้มคั้นสด แต่ถ้าถามเรา เราชอบแพนเค้กเมื่อวานมากกว่า อันนี้เฮลตี้เกินไป 555




นั่งร่วมโต๊ะกับนักท่องเที่ยว 3คู่ (รวมเราเป็น 4) คุยกันไปจึงได้รู้ว่า อีกคู่นึงมาฮันนีมูน ขับรถมาจาก New York City คือ ก่อนหน้านี้ เรากับจัสตินก็แบบ โห เราสองคนนี่ขับรถมาไกลนะ มาเจอคู่นี้ไป เราก็เลยเจียมเนื้อเจียมตัว กินข้าวเสร็จก็แยกย้าย ไปอาบน้ำ กว่าจะเสร็จก็ 10โมงกว่าเกือบ 11โมง

คือ เสียเวลานั่งอยู่ในรถ หาร้านที่จะกินขนมนาน คือ เราไม่กินก็ได้ ไม่ค่อยอยาก แต่จัสตินอยากกิน ไปอ่านรีวิวมาเยอะ แต่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกินอะไรดี เราเลยถามเผื่อว่าอยากกิน โดนัท และสรุปก็ไปกินโดนัทกัน ร้าน The Hole






ร้านนี้เก๋ตรงที่ ทำโดนัทสดๆ ตรงนั้นเลย เพียงแต่ว่าจะมีแค่ไม่กี่รส ซึ่งเราอยากกิน บลูเบอร์รี่ (เคยกินที่ Cincy ตอนไปกับจัสตินครั้งแรก แล้วฝังใจมาก) คือร้านนี้ทำโดนัทรสเดียว แล้วก็ top เป็นพวกรสชาติแทน เราจำไม่ได้แล้วว่าเรากินรสอะไร แต่จัสตินน่าจะกินประมาณ Cinnamon เราคงจะเป็น Chocolate เพราะมีแค่ไม่กี่อย่างบนโลกนี้ ที่เราจะกิน คุยกันไปมา เจ้าของร้านคุยถูกคอกับจัสติน แถมโดนัทให้อีกชิ้นนึงอีก เป็นอีกรสชาติ เราที่อิ่มมากแล้ว ก็ต้องกิน มันอร่อยนะ อร่อยตรงที่มันเฟรช แต่คือ ก็แป้งทอด ให้กินอีกคงไม่กินแล้ว 555 ถ่ายรูปหน้าร้านกันนิดหน่อย แล้วก็กลับ (ร้านนี้ก็ไม่มี Chocolate milk เหมือนเคย)







ขากลับ ตอนออกจาก Asheville คือดูบนแผนที่แล้ว ว่าทางที่ไปรถติดมาก เพราะมีอุบัติเหตุ แต่คุยกันเพลิน เลยลืมออก ต้องติดอยู่บนนั้น คือก็นานนะ น่าจะเสียเวลาประมาณ 40 นาที รถค่อยๆ กระดึ๊บๆ เอาน่า อย่างน้อยก็มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น อิอิ

ขับไปเรื่อยๆ จุดหมายถัดไปของเราคือ Knoxville ไม่สิ ของจัสติน เราก็ไม่รู้จัสตินไปได้ยินอะไรมา แต่ดีที่เราจะแวะแค่ Old Town ไม่เข้าไป Downtown และก็อยู่ใกล้กับ highway พอดี เราถึง Knoxville ประมาณ บ่ายโมงสี่สิบ แวะร้านกาแฟ ร้านน่ารักมากๆ ข้างๆ ร้านมีตรอกเล็กๆ และเค้าก็จัดโต๊ะให้นั่ง เราอยากลองดีสั่ง มอคค่า มากิน สรุปขมมาก ต้องเดินวนเข้าไปให้เค้าเติมนมช็อคโกแลตให้...เป็นอย่างนี้ทุกทีเวลาอยากลองอะไรใหม่ๆ เราเลยได้กินแต่อะไรเดิมๆ ไง! และก็ซื้อ บลูเบอร์รี่มัฟฟิ่นมาด้วย เผื่อหิว





นั่งกินกาแฟซักพัก ก็ไปเดินเล่น คือถ้าเค้าไม่ทำถนน เมืองนี้จะน่ารักมากเลย มันดูเก่าๆ แบบเก๋ๆ เราแวะไปร้านขายของ Antique ที่ไม่มีคนอยู่ เดินจนทั่วก็ไม่เห็นคนขาย และอยู่ดีๆ ก็มโนกันเองว่า ของชิ้นไหนมีผี แล้วก็วิ่งหนีกันออกมา - -" ก่อนไป แวะถ่ายรูปซักหน่อย อิอิ






เดินทางกันต่อ สถานที่ต่อไปที่จะผ่านคือ North Cobin, Kentucky กำลังจะไปแล้วเชียว จัสตินดันเห็นป้าย KFC แล้วก็รู้ว่า ที่นี่คือร้านต้นกำเนิด KFC ร้านแรก เราก็ทำหน้าที่ Google map หาทางไป เสียเวลาประมาณ 15 นาที กว่าจะเจอ ไปถึงจัสตินก็ทำตัวเป็น touristy ทันที ถ่ายรูปทุกอย่าง แต่ไม่อยากซื้ออะไร แต่เราซื้อ เราซื้อเบอร์เกอร์ชิ้นเล็กมา เผื่อว่าหิว แล้วก็แบ่งกันกิน ถือเป็นประสบการณ์ที่น่ารักๆ อีกอย่างนึงนะ
 






และเราก็ถึง Cincinnati ตอน 6โมงเย็น คือเลยเวลาจากที่แพลนเอาไว้เยอะมากๆ เพราะเสียเวลาทั้งหลงทาง แวะนาน และอีกเยอะแยะ จัสตินเลยอยากจะนอนที่นี่ โดยจะกลับไปนอนโรงแรมเดิมที่เคยมาด้วยกัน เราก็โอเค แล้วแต่คนขับ เรายังไงก็ได้ (แต่ใจจริงอยากกลับ Columbus มาก) แต่ช่างมัน เรามากิน Ribs กันเถอะ

ใครไป Cincinnati ต้องแวะนะ! Eli's แซนวิช Pulled Pork อะไร ไม่ต้องสั่ง กินแต่ Ribs อย่างเดียวจริงๆๆ







อิ่มกันมากกกกกกก จัสตินชอบสั่งเผื่อ ทั้ง mac n cheese และก็แซนวิช แล้วก็กินไม่หมด ช่วงนี้อากาศดี เค้าเลยมีบูทขายแอลกอฮอลล์อยู่ข้างนอกด้วย แต่สำหรับเรา มันยังหนาวอยู่ เลยนั่งกินด้านใน :) กินเสร็จเราก็ขับรถไปโรงแรมกัน (Bed & Breakfast)

*ตัวโรงแรมกับห้องพักไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ รูปที่โพสเป็นรูปที่ Search จาก Google





พอถึงโรงแรม มันก็ค่อนข้างดึกมากแล้ว จัสตินก็โทรหาผู้จัดการ ขอรหัสเข้าข้างใน และก็ไปนั่งรอซักพัก ระหว่างนั้น จัสตินก็ไปเข้าห้องน้ำ บรรยากาศเงียบๆ ชิวมากสำหรับเรา จนเจ้าหน้าที่เดินเข้ามา เรารู้สึกแปลกๆ...

คุยกันเสร็จเค้าก็พาเราขึ้นไปดูห้องพัก ห้องนี้เรากับจัสตินไม่เคยมาพัก
แต่ครั้งแรกที่มา เราก็เดินเช็คทุกห้อง และก็บอกกับจัสตินว่าห้องนี้สวย อยากพักห้องนี้ แต่ตอนนั้นมีคนจองแล้วเราเลยไม่ได้พัก แต่ห้องที่เราพักครั้งก่อน คือ เริ่ดมาก ห้องน้ำดีเวอร์ๆ

เราไม่ได้สนใจอะไร วางของที่เราขนมาลงบนพื้น ระหว่างนั้นจัสตินก็คุยกับผู้จัดการ จนกระทั่งเราได้ยินแว่วๆ ว่าเค้าพูดประมาณว่า
She's nice.
เราก็ what? พูดเรื่องอะไรกัน จัสตินก็เลยเล่าให้ฟังว่า ห้องนี้เคยมีเจ้าของอยู่มาก่อน แต่ตอนนี้เธอตายไปแล้ว ก่อนที่ผู้จัดการจะเสริม
Some customers saw her in a white dress, but no worries she's not gonna hurt you. She's nice, she just wants to show up and flies around.
อีบ้า! คือ เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นคนที่กลัวผีนะ ไปไหนมาไหน พยายามคิดว่าเราเป็นคนดี ไม่ยุ่งกับเค้า เค้าก็ไม่ยุ่งกับเรา คือ ต่างคนต่างอยู่ แต่ถ้าเข้ามาในถิ่นเค้าแล้ว ก็ต้องกลัวป่าววะ??
แล้วผู้จัดการก็ออกไป เรากับจัสตินก็มองหน้ากัน เอาไงดี ไปเอากระเป๋าก่อนละกัน แต่เปิดประตูออกไป กระเป๋าวางอยู่หน้าห้องแล้ว! คือ ก็คิดว่าผู้จัดการคงถือขึ้นมาให้แหละ แต่แบบเค้ายกขึ้นมาให้ เร็วเกิ๊น เพิ่งออกไปจากห้องตะกี้เองนะ

เราก็ act cool แต่เป็นจัสตินที่แบบ ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว เราก็บอก ไม่เป็นไรหรอก และเราก็มองเห็นถาดที่เค้าวางไว้ในห้อง มีผ้าปิดตาด้วยจ้า อีนี่กลัวขึ้นมากกว่าเดิม แต่ไม่แสดงออก ปลอบจัสตินว่า ตอนพักอีกห้องนึงก่อนหน้านี้ เค้าก็มีให้...จริงๆ จำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่ามี

จัสตินไม่ไหว ไม่อยากนอนห้องนี้ โทรหาผู้จัดการอีกที เพราะเราจำได้ว่าตอนจองมีห้องว่างอยู่ แต่เป็นห้องที่ใช้ห้องน้ำรวม ไปนอนห้องนั้นก็ได้ แต่โทรหาผู้จัดการ ผู้จัดการบอกไม่ว่าง เราว่าเค้าก็คงขี้เกียจเดินมาเปิดประตูให้นั่นแหละ ไม่มีเหตุผลอื่น ... ทำไง ก็ต้องนอนสิคะ!

แล้วเราก็เป็นเมน ก็ต้องอาบน้ำ แล้วห้องน้ำคือไม่สวยเลย เล็กมาก เทียบกับห้องเดิม คือเล็กกว่าประมาณ 4เท่าได้ แล้วเราไม่ชอบเลยยยย อยากร้องไห้มาก พออาบน้ำเสร็จก็รีบมานอน เอาผ้าปิดตาปิดเลยจ้า เปิดทีวีไว้ กลัวมาก คือ ถ้าผีจะออกมา ก็ออกมาเลย แต่เราไม่อยากเห็น ลอยไปลอยมาเลยจ้ะ แต่ไม่ดู เพราะฉันมีผ้าปิดตา

คืนนั้นนอนไม่หลับเลย... พยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็หลับไม่ลง อิจฉาจัสตินมาก อันนั้นหัวถึงหมอนปุ๊บ แป๊ปเดียวหลับ... เรายังไม่หลับ ซักพักก็ได้ยินเสียงจัสตินร้องในลำคอ เหมือนร้องไห้ เราก็เอาแล้วอีนี่ ไม่ได้ใส่ผ้าปิดตาเหรอ? เห็นเหรอ? ตั้งคำถามเยอะแยะมากมาย ซักพักจัสตินสะดุ้งร้องฮือเลย อีนี่ก็ยิ่งตกใจ ถามเป็นอะไรๆ แต่สรุปคือนางละเมอ! เราก็ไม่เปิดผ้าปิดตานะ กอดจัสตินไว้ ร้อนจะตาย แต่ก็กอด เพราะกลัว... คืนนั้นทั้งคืน นอนไม่หลับเลย เหมือนจะหลับ เหมือนจะฝัน ว่ามีผู้หญิงชุดขาวยืนอยู่แล้วก็ชูมือขึ้นก่อนจะทุบลงบนท้องเรา ตอนนั้นเราก็รู้สึกหวิวๆ ท้องแปลก แต่ก็ไม่รู้ว่าฝันรึป่าว นอนแบบมีผ้าปิดตาซักพักจัสตินขยุกขยิกอีกแล้ว และก็ลุกขึ้น! ไปฉี่... กลับมานอนต่อ คือ เดาว่าตอนนั้นจัสตินคงลืมไปแล้ว ไม่กลัวอะไรแล้ว เราก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง ซักพักจัสตินก็ถามเราว่าจะอาบน้ำมั้ย เราก็ เห๊อะ? เช้าแล้วเหรอ? ก็อืม...เช้าแล้ว สรุป ไม่ได้นอนค่ะ รีบอาบ และก็ลงไปกินข้าวเช้า

อาหารเช้าก็ไม่ดีเหมือนครั้งก่อน เพราะเป็นวันธรรมดา ถ้าเป็นเสาร์ อาทิตย์ อาหารจะมีความแฟนซีมากกว่านี้ ลงไป มีเราโต๊ะเดียว ก็นั่งคุยกับพ่อครัว ถามเค้าว่าเคยได้ยินเรื่องผีที่นี่รึป่าว? พ่อครัวก็ตอบกำกวม ว่า อยากได้ยินคำตอบแบบไหนล่ะ....

กินข้าวเสร็จ ก็ตรงดิ่งกลับ Columbus เราเลยเล่าเรื่องที่เราเจอให้จัสตินฟัง จัสตินก็ WHATTTT??!! คือ มันเปลี่ยนชีวิตเรา 2 คนไปเลย ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ต้องมานอน haunted house เราก็บอก ไม่มานอนที่นี่อีกแล้วนะ 5555 ตอนแรกว่ากะว่าจะนอนทดแทนเมื่อคืนที่ไม่ได้นอน แต่ก็ไม่ได้นอน นั่งคุยกับจัสตินไปตลอดทาง พอถึง Columbus ก็ไปหาอะไรกิน จัสตินตามใจเรา พาไปกินซูชิ ร้านที่อยากกิน

โชคดีเจอเจ้าของร้านซูชิ คุยกันถูกคอ เค้าบอกว่า ถ้าเรามาอยู่ Columbus เมื่อไหร่ มาทำงานกับเค้าได้นะ เรามีที่ทำงานแล้วนะ ^^

และก็พาจัสตินไปหาซื้อพรม ดูของซื้อเข้าบ้านใหม่ ก่อนจะกลับบ้านไปชิว ดูทีวี...มันเศร้ามากเลย จะกลับบ้านแล้ว...


มื้อเย็น จัสตินพาไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน... อร่อย มีความสุข แบบเศร้าๆ นะ...
ลากันไปด้วยภาพที่ร้านอาหาร เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ






FIN. 

Comments